ฐานความช่วยเหลือ

ใส่ความเห็น

 

ธนาคารความรู้เรื่อง การสืบพันธุ์แบบไม่ต้องอาศัยเพศ

ใส่ความเห็น

                                          การสืบพันธุ์แบบไม่ต้องอาศัยเพศ เช่น
      –  การแตกหน่อ
  การแตกหน่อเป็นการงอกต้นใหม่จากลำต้นที่อยู่ใต้ดินเช่น กล้วย ขิง ข่า ไผ่ พุทธรักษา   เป็นต้น

      –  การปักชำ
   การปักชำ คือ การตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ใบ กิ่ง ลำต้น ราก ออกจากต้นเดิม ไปเก็บไว้ในที่ที่มี สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำให้ส่วนต่างๆดังกล่าวของพืชงอกรากและแตกยอด เจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ต่อไปได้
   

     –  การตอนกิ่ง
     การตอนกิ่ง เป็นการขยายพันธุ์พืช โดยการทำให้กิ่งเกิดรากขณะยังไม่ได้ตัดกิ่งออกจากต้นเดิม

 

    –  การติดตา
   การติดตา เป็นการขยายพันธุ์พืชโดยการใช้ตาของพืชพันธุ์ดีไปต่อหรือติดกับพืชพันธุ์พื้นเมือง พืชพันธุ์ดี ได้แก่ พืชทีมีดอกหรือผลดี เช่น มีดอกใหญ่ สีสวยงาม หรือมีผลใหญ่ เนื้อมาก รสอร่อย ถูกปาก แต่ไม่ค่อยทนทานต่อโรค และสิ่งแวดล้อมพืชพันธุ์พื้นเมือง ได้แก่ พืชที่ทนทานต่อโรค และสิ่งแวดล้อม

ธนาคารความรู้เรื่อง การสืบพันธุ์ของพืชมีดอกแบบอาศัยเพศ

ใส่ความเห็น

                                      การสืบพันธุ์ของพืชมีดอกแบบอาศัยเพศ

    เมื่อพืชมีดอกเจริญเติบโตเต็มที่จะเริ่มออกดอก ภายในดอกจะมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยเกสรตัวผู้สร้างเซลล์สืบพันธุ์ตัวผู้ หรือละอองเรณูเก็บไว้ใน อับละอองเรณู ส่วนเกสรตัวเมียจะมีรังไข่ซึ่งภายในรังไข่จะมีไข่ ( ออวุล ) ทำหน้าที่เก็บเซลล์สืบพันธุ์ตัวเมีย หรือ ไข่อ่อนเอาไว้ การสืบพันธุ์ของพืชมีดอกแบบอาศัยเพศ มีลำดับ 2 ขั้นตอน คือ

1. การถ่ายละอองเรณู  (การถ่ายละอองเกสร)
     การถ่ายละอองเกสร  คือ วิธีการที่ละอองเกสรตัวผู้เคลื่อนที่ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย  เพื่อให้เกิดการผสมพันธ์ในโอกาสต่อไป 
          การถ่ายละออง เกสรมี 3 แบบ คือ
1.  การถ่ายละอองเกสรในดอกเดียงกัน  พืชที่มีดอกเป็นดอกสมบูรณ์ เพศ คือ มีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันละอองเกสรตัวผู้สามารถร่วงหรือปลิวมาตกบนยอดเกสรตัวเมียได้พืชที่ถ่ายละอองเกสรในดอกเดียวกัน  ได้แก่ ถั่ว มะเขือ ฝ้าย และพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศอื่นๆ

                                                     การถ่ายละอองเกสรภายในดอกเดียวกัน

 2.  การถ่ายละอองเกสรข้ามดอกในต้นเดียวกัน  เกิดกับพืชที่มีดอกไม่สมบูรณ์  ละอองเกสรตัวผู้จะต้องเคลื่อนที่ไปตกบนยอดเกสรตัวเมียของดอกหนึ่ง ในต้นเดียวกัน  พืชที่ต้องถ่ายละอองเกสรแบบนี้ ได้แก่ ฟักทอง แตงกวา และพืชที่มีดอกไม่สมบูรณ์เพศอื่นๆ

                                                      การถ่ายละอองเกสรข้ามดอกในต้นเดียวกัน

 3.  การถ่ายละอองเกสรข้างต้น  เกิดกับพืชที่มีดอกตัวผู้หรือดอกตัวเมียอยู่คนละต้น  จึงต้องใช้ในการถ่ายละอองเกสรข้ามต้นพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศ  หรือพืชที่มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกัน ก็อาจจะถ่ายละอองเกสร ข้ามต้นได้  โดย อาศัยลมหรือสัตว์พาไป

                                                               การถ่ายละอองเกสรข้ามดอก

                                               ปัจจัยที่ช่วยในการถ่ายละอองเรณู

       ปัจจัยที่ช่วยในการถ่ายละอองเรณู เพื่อให้พืชมีดอกเกิดการปฏิสนธิ สร้างผลและเมล็ด ในการสืบพันธุ์ ได้แก่
1. ลม เป็นตัวช่วยพัดพาละอองเรณูให้ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมีย มักเกิดกับดอกที่มีขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบา ไม่มีกลิ่น และมีเป็นดอกจำนวนมาก เช่น ดอกของพืชตระกูลหญ้าชนิด ต่าง ๆ

2. สัตว์ ได้แก่ แมลง ( ผึ่ง ผีเสื้อ ) นกบางชนิด ค้างคาวบางชนิด เป็นตัวช่วยให้เกิดการถ่ายละอองเรณูจากดอกหนึ่งไปยังอีกดอกหนึ่งได้ มักเกิดกับที่มีสีสวย มีกลิ่นหอม หรือ   มีต่อมน้ำหวาน ซึ่งเป็นตัวล่อให้สัตว์เหล่านี้เข้าหา

3. น้ำ อาจเป็นน้ำที่เรารดให้แก่พืชหรือน้ำฝนที่ตกลงมา จะเป็นตัวพาละอองเกสรตัวผู้ จากดอกที่อยู่ด้านบนให้ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมียของดอกที่อยู่ด้านล่างได้

4. คน ทำการถ่ายละอองเรณู เพื่อให้พืชเกิดการผสมพันธุ์ และได้พืชที่มีลักษณะพันธุ์ดีตามที่ต้องการ

 

2. การผสมเกสร
             การผสมเกสรเป็นกระบวนการผสมพันธุ์ของพืชดอก  ที่เกิดต่อเนื่องจากการถ่ายละอองเกสร  บางครั้งอาจจะเรียกการผสมเกสรว่า  การปฏิสนธิ ก็ได้
      การปฏิสนธิ คือ การที่เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้เข้าผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย โดยหลังจากที่ละอองเรณู ตกลงบนยอดเกสรตัวเมียแล้ว ละอองเรณูจะ งอกหลอด แทงลงไปในก้านเกสรตัวเมีย จนถึงไข่อ่อน ( ออวุล ) ที่อยู่ภายในรังไข่ ภายในหลอดละอองเรณูจะมีเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้อยู่ ซึ่งจะเข้ามาไปผสมกับเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย (เซลล์ไข่ ) ที่อยู่ในไข่อ่อนโดยผ่านทางรูเปิดที่อยู่ข้างใต้ ได้เป็นเซลล์ใหม่อยู่ภายในไข่อ่อน ( เซลล์ใหม่ที่ได้ก็ คือเซลล์ที่จะเจริญเป็นต้นพืชต้นใหม่ )

การเปลี่ยนแปลงของดอกหลังปฏิสนธิ
   หลังจากการปฏิสนธิ ยอดและก้านชูเกสรตัวเมียจะเหยี่ยวลง กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียก็จะแห้งแล้วร่วงหลุดไป ส่วนรังไข่ และ ออวุล หรือไข่ จะเจริญเติบโตต่อไป โดย รังไข่ จะเจริญกลายเป็น ผล ส่วน ออวุล หรือไข่ จะเจริญไปเป็น เมล็ด ซึ่งภายในเมล็ดจะเก็บต้นอ่อน และ อาหารสะสมไว้ภายใน เพื่อเกิดเป็นต้นใหม่

   เมื่อเมล็ดพืชแพร่กระจายไปในที่ต่าง และไปตกในที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการงอกของเมล็ด เมล็ดก็จะงอกเป็นต้นใหม่ต่อไป วิธีนี้ทำให้พืชดอกที่อยู่ตามธรรมชาติสามารถแพร่ได้ โดยไม่สูญพันธุ์ไป

ธนาคารความรู้เรื่อง การสืบพันธุ์ของพืชดอก

ใส่ความเห็น

พืชดอกมีวิธีการสืบพันธุ์  2   แบบ  คือ                                                                        
   
     1.  การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ  สิ่งสำคัญที่บอกเพศของพืชดอก  คือ  เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย  การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ จึงเป็นการสืบพันธุ์ที่เกิดการผสมระหว่างละอองเกสรตัวผู้กับไข่ในรังไข่ของเกสรตัวเมีย     เมื่อผสมกันแล้วก็เจริญเติบโตเป็นเมล็ด    ซึ่งนำไปเพาะจะสามารถงอกเป็นพืชต้นใหม่ได้
– กระบวนการในการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก 
 คือ  1. การถ่ายละอองเกสร           2. ผสมเกสร

     2.  การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ  เป็นวิธีการสืบพันธุ์อย่างง่าย  ๆ  ของพืชที่จะเกิดต้นใหม่ได้โดยไม่ต้องใช้เมล็ด  หรือการผสมเกสรแต่อย่างใด                    
– พืชดอกมีวิธีการสืบพันธ์แบบไม่อาศัยเพศอยู่หลายวิธี  เช่น      การแตกหน่อ การตอนกิ่ง การติดตา

ธนาคารความรู้เรื่อง ประเภทของดอก

ใส่ความเห็น

ลักษณะดอกของพืช

 ดอกไม้บางชนิดมีองค์ประกอบครบทั้ง 4 ส่วน แต่ดอกไม้บางชนิดมีองค์ประกอบไม่ครบทั้ง 4 ส่วน ทำให้เราสามารถแบ่งประเภทของพืชมีดอกได้ โดยใช้ลักษณะของดอกเป็นเกณฑ์ ได้ดังนี้
 1. ใช้ส่วนประกอบของดอกเป็นเกณฑ์ ได้แก่

 

 ดอกสมบูรณ์

1.1. ดอกสมบูรณ์  หมายถึง  ดอกที่มีองค์ประกอบครบ 4 ส่วน คือ กลีบดอก กลีบเลี้ยง เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย ได้แก่ ดอกพริก ดอกกุหลาบ ดอกชบา ดอกต้อยติ่งดอกมะเขือ ดอกพู่ระหง ดอกผักบุ้ง ดอกบานบุรี ดอกมะลิ ดอกชงโค ดอกอัญชัน ดอกมะแว้ง ดอกแค ดอกการเวก

 

ดอกไม่สมบูรณ์

1.2. ดอกไม่สมบูรณ์  หมายถึง  ดอกที่มีองค์ประกอบไม่ครบ 4 ส่วน ได้แก่   ดอกมะพร้าว ดอกมะระ ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกตำลึง ดอกมะละกอ ดอกข้าว  ดอกข้าวโพด  ดอกตำลึง    ดอกฟักทอง ดอกจำปา ดอกจำปี ดอกบานเย็น ดอกเฟื่องฟ้า  ดอกมะยม ดอกมะเดื่อ ดอกตาล ดอกบวบ ดอกหญ้า ดอกแตงกวา

2. ใช้เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเป็นเกณฑ์ ได้แก่

ดอกสมบูรณ์เพศ 

2.1. ดอกสมบูรณ์เพศ  หมายถึง ดอกที่มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ได้แก่ ดอกพู่ระหง ดอกบัว ดอกกุหลาบ ดอกบัว ดอกชงโค ดอกถั่ว ดอกมะเขือ ดอกพริก ดอกกล้วยไม้ ดอกมะม่วง ดอกชบา ดอกข้าว ดอกต้อยติ่ง ดอกจำปา ดอกมะลิ เฟื่องฟ้า ดอกอัญชัน ดอกแค ดอกผักบุ้ง 

ดอกไม่สมบูรณ์เพศ

2.2. ดอกไม่สมบูรณ์เพศ  หมายถึง  ดอกที่มีเกสรตัวผู้ หรือเกสรเมีย เพียงอย่างเดียวในหนึ่งดอก โดยดอกที่มีเฉพาะเกสรตัวผู้ เรียกว่า ดอกตัวผู้  ส่วนดอกที่มีเฉพาะเกสรตัวเมีย เรียกว่า ดอกตัวเมียได้แก่ ดอกบวบ ดอกฟักทอง ดอกมะละกอ ดอกข้าวโพด ดอกมะยม ดอกตำลึง ดอกมะพร้าว ดอกตาล ดอกเงาะดอกฟักทอง ดอกบวบ ดอกแตงกวา ดอกมะยมดอกมะระ ดอกหน้าวัว ดอกมะเดื่อ

ธนาคารความรู้เรื่อง ส่วนประกอบของดอก

ใส่ความเห็น

ส่วนประกอบของดอก

         กลีบเลี้ยง   เป็นกลีบเล็ก ๆ สีเขียว  อยู่ล่างสุดของดอก ในระยะที่ดอกเริ่มผลิดอกออกมาใหม่ๆ เราจะเห็นดอกตูมสีเขียว  เมื่อดอกตูมขยายโตขึ้น  สีเขียวที่หุ้มดอกจะแยกออกมารองรับกลีบดอก   กลีบสีเขียวนั้นคือกลีบเลี้ยงนั่นเอง  กลีบเลี้ยงจะทําหน้าที่ห่อหุ้มดอกตูม  และป้องกันอันตรายให้กลีบดอกในขณะที่ยังอ่อนอยู่

          กลีบดอก   เป็นส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมาจากกลีบเลี้ยง  กลีบดอกส่วนใหญ่จะมีสีสวยสะดุดตา  หลายชนิดมีกลิ่นหอม    ความสวยงามของดอกจะขึ้นอยู่กับสี  ลักษณะ และ จำนวนของกลีบดอกเป็นสำคัญ  กลีบดอกช่วยล่อแมลงให้มาตอม เพื่อช่วยในการผสมเกสร  เป็นส่วนประกอบของ ดอกที่บอบช้ำง่ายและร่วงโรยเร็วกว่าส่วนประกอบอื่น
         เกสรตัวผู้   มีลักษณะทั่วไปคล้ายหลอดอันเล็ก ๆ มักมีสีขาว  เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป เป็นอวัยวะสร้างเซลล์ สืบพันธุ์ตัวผู้ มักมีหลายอัน  เกสรตัวผู้แต่ละอันประกอบด้วย
1. ก้านเกสรตัวผู้ หรือก้านชูอับเรณู มีลักษณะเป็นก้านยาวๆ ทำหน้าที่ชูอับ
2. อับเรณูมีลักษณะเป็นกระเปาะ เป็นแหล่งสร้างและ เก็บ     “ละอองเรณู”ซึ่งภายในละอองเรณูจะมี  “เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้อยู่”
         เกสรตัวเมีย เป็นส่วนที่อยู่ในสุด คือตรงกลางดอก ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ตัวเมีย ที่ปลายยอดเกสรตัวเมียจะมีลักษณะเป็นขนและมีน้ำเหนียว ๆ เคลือบอยู่ เพื่อช่วยในการดักจับละอองเรณู และในน้ำเหนียว ๆ นี้จะมี ” น้ำตาล “เป็นองค์ประกอบอยู่ จะช่วยกระตุ้นให้ละอองเรณูเกิดการงอกหลอด
เกสรตัวเมียประกอบด้วย
1. ยอดเกสรตัวเมีย อยู่ตรงส่วยบนสุดของเกสรตัวเมีย เป็นส่วนรองรับละอองเรณูของเกสรตัวผู้
2. ก้านชูเกสรตัวเมีย ทำหน้าที่ชูเกสรตัวเมีย
3. รังไข่ อยู่ส่วนล่างสุดของเกสรตัวเมีย มีลักษณะเป็นกระเปาะ ภายในมี ” ไข่อ่อน ” หรือ      ” ออวุล ” ซึ่งมี ” เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ” อยู่

4. ฐานรองดอก  เป็นส่วนประกอบที่ทำหน้าที่รองรับส่วนอื่น ๆ ของดอก   ฐานรองดอกเป็นที่เจริญเติบโตแผ่ขยายต่อออกมาจากปลายก้านดอก  มักจะมีกลีบเลี้ยงหุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง  ฐานรองดอกของพืชบางชนิดอาจจะหุ้มรังไขไว้ทั้งหมด  เมื่อรังไข่เจริญขึ้น  ฐานรองดอกก็เจริญด้วย และฐานรองดอกของพืชบางชนิดกลายเป็นเนื้อของผลที่ใช้รับทานได้เช่น  ชมพู่  ฝรั่ง  แอปเปิลสาลี่  เป็นต้น

ธนาคารความรู้เรื่อง การจำแนกตามการเกิดของดอก

ใส่ความเห็น

 ดอกของพืชเราสามารถจำแนกตามการเกิดออกได้   2 ชนิด คือ
1. ดอกเดี่ยว คือ ดอกที่โผล่ขึ้นมาจากก้านชูดอกเพียงก้านเดียว เช่น ดอกบัวดอกกุหลาบ ดอกชบา ดอกดาวเรือง ดอกตานตะวัน ฯลฯ

                  

 2. ดอกช่อ คือ ดอกหลายๆ ดอกที่โผล่ออกมาจากก้านดอกเดียวกัน เช่น ดอกเข็ม    ดอกกล้วยไม้ ดอกเงาะ ดอกมะม่วง  ดอกทุเรียน ฯลฯ

                      

Older Entries