ส่วนประกอบของดอก

         กลีบเลี้ยง   เป็นกลีบเล็ก ๆ สีเขียว  อยู่ล่างสุดของดอก ในระยะที่ดอกเริ่มผลิดอกออกมาใหม่ๆ เราจะเห็นดอกตูมสีเขียว  เมื่อดอกตูมขยายโตขึ้น  สีเขียวที่หุ้มดอกจะแยกออกมารองรับกลีบดอก   กลีบสีเขียวนั้นคือกลีบเลี้ยงนั่นเอง  กลีบเลี้ยงจะทําหน้าที่ห่อหุ้มดอกตูม  และป้องกันอันตรายให้กลีบดอกในขณะที่ยังอ่อนอยู่

          กลีบดอก   เป็นส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมาจากกลีบเลี้ยง  กลีบดอกส่วนใหญ่จะมีสีสวยสะดุดตา  หลายชนิดมีกลิ่นหอม    ความสวยงามของดอกจะขึ้นอยู่กับสี  ลักษณะ และ จำนวนของกลีบดอกเป็นสำคัญ  กลีบดอกช่วยล่อแมลงให้มาตอม เพื่อช่วยในการผสมเกสร  เป็นส่วนประกอบของ ดอกที่บอบช้ำง่ายและร่วงโรยเร็วกว่าส่วนประกอบอื่น
         เกสรตัวผู้   มีลักษณะทั่วไปคล้ายหลอดอันเล็ก ๆ มักมีสีขาว  เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป เป็นอวัยวะสร้างเซลล์ สืบพันธุ์ตัวผู้ มักมีหลายอัน  เกสรตัวผู้แต่ละอันประกอบด้วย
1. ก้านเกสรตัวผู้ หรือก้านชูอับเรณู มีลักษณะเป็นก้านยาวๆ ทำหน้าที่ชูอับ
2. อับเรณูมีลักษณะเป็นกระเปาะ เป็นแหล่งสร้างและ เก็บ     “ละอองเรณู”ซึ่งภายในละอองเรณูจะมี  “เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้อยู่”
         เกสรตัวเมีย เป็นส่วนที่อยู่ในสุด คือตรงกลางดอก ทำหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ตัวเมีย ที่ปลายยอดเกสรตัวเมียจะมีลักษณะเป็นขนและมีน้ำเหนียว ๆ เคลือบอยู่ เพื่อช่วยในการดักจับละอองเรณู และในน้ำเหนียว ๆ นี้จะมี ” น้ำตาล “เป็นองค์ประกอบอยู่ จะช่วยกระตุ้นให้ละอองเรณูเกิดการงอกหลอด
เกสรตัวเมียประกอบด้วย
1. ยอดเกสรตัวเมีย อยู่ตรงส่วยบนสุดของเกสรตัวเมีย เป็นส่วนรองรับละอองเรณูของเกสรตัวผู้
2. ก้านชูเกสรตัวเมีย ทำหน้าที่ชูเกสรตัวเมีย
3. รังไข่ อยู่ส่วนล่างสุดของเกสรตัวเมีย มีลักษณะเป็นกระเปาะ ภายในมี ” ไข่อ่อน ” หรือ      ” ออวุล ” ซึ่งมี ” เซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย ” อยู่

4. ฐานรองดอก  เป็นส่วนประกอบที่ทำหน้าที่รองรับส่วนอื่น ๆ ของดอก   ฐานรองดอกเป็นที่เจริญเติบโตแผ่ขยายต่อออกมาจากปลายก้านดอก  มักจะมีกลีบเลี้ยงหุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง  ฐานรองดอกของพืชบางชนิดอาจจะหุ้มรังไขไว้ทั้งหมด  เมื่อรังไข่เจริญขึ้น  ฐานรองดอกก็เจริญด้วย และฐานรองดอกของพืชบางชนิดกลายเป็นเนื้อของผลที่ใช้รับทานได้เช่น  ชมพู่  ฝรั่ง  แอปเปิลสาลี่  เป็นต้น

About these ads